Karmel Allison ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ของ Microsoft ต้องการแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ AI
Karmel Allison ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์และที่ปรึกษาเทคนิคให้กับประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Microsoft มักได้ยินความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ AI อยู่บ่อยครั้ง ด้วยความรู้ที่ครอบคลุมทั้งด้านชีวสารสนเทศศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เทคโนโลยี และประสบการณ์กว่าทศวรรษในแวดวง AI เธอมองว่าความเข้าใจผิดเหล่านี้เป็นโอกาสสำหรับการเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับความหมายของ “การเป็นมนุษย์” ในบริบทของชีววิทยา ภาษา และเทคโนโลยี
“ฉันมักจะมีแรงผลักดันนี้อยู่เสมอที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับความรู้ ความคิด และประสบการณ์ที่มนุษย์ต้องเผชิญ” อลิสันกล่าว “ในแวดวงปัญญาประดิษฐ์ไม่มีคำตอบง่ายๆ ซึ่งนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันสนุก มันเป็นการสำรวจแบบไม่รู้จบว่าเราอยากให้อนาคตเป็นอย่างไร”
อลิสันสนใจที่จะศึกษาและทำความเข้าใจกับแนวคิดที่ซับซ้อนและกว้างขวางของ AI แม้จะไม่มีคำตอบง่ายๆ แต่เธอก็สนุกกับกระบวนการค้นคว้าหาคำตอบ เพราะมันเปิดโอกาสให้เธอได้สำรวจและสร้างอนาคตตามที่เธอต้องการ

Karmel Allison
โดยควาเข้าใจผิดเกี่ยวกับ AI จะมีอยู่ 4ข้อ ที่อลิสันพูดถึง
ความเข้าใจผิดที่ 1: AI จะแย่งงานทุกคน
“แม้ว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงลักษณะงานบางประเภท แต่ในขณะเดียวกันก็จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้คนได้มุ่งเน้นไปที่งานที่สร้างสรรค์และมีความหมายมากขึ้น” อลิสันกล่าว “เรามีโอกาสที่จะคิดทบทวนวิธีการทำงานของเราและวิธีการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ AI เหล่านี้ในกระบวนการทำงานของเรา”
ตัวอย่างเช่น AI ที่สามารถเขียนโค้ดสำเร็จรูปหรือสรุปข้อมูลในสเปรดชีท ช่วยให้ผู้คนมีอิสระที่จะใช้เวลาอย่างชาญฉลาดมากขึ้นในการแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่าหรือพัฒนาระบบเศรษฐกิจใหม่ ๆ
“AI จะช่วยยกระดับความสามารถของเราในฐานะมนุษย์และดูแลงานที่น่าเบื่อหน่ายบางส่วนที่เราอาจไม่ชอบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” เธอกล่าวเสริม “สำหรับเรา มนุษย์เผชิญกับคำถามที่น่าสนใจว่า ‘แล้วอย่างนั้น คุณต้องการใช้เวลากับอะไร?’” โดยสรุปแล้ว อลิสันมองว่า AI จะไม่แย่งงานทุกคน แต่จะช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีเวลามากขึ้น และสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่สร้างสรรค์และมีความหมายมากขึ้น
ความเข้าใจผิดที่ 2: AI เป็นแค่สำหรับคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยี
อลิสันชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ทุกคนต่างใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยอาจไม่รู้ตัว
ตัวอย่างของการใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ได้แก่:
-
การใช้เครื่องมือค้นหา
-
คลิกที่สินค้าแนะนำขณะช้อปปิ้งออนไลน์
-
การใช้ระบบเติมข้อความอัตโนมัติขณะเขียนอีเมล
นอกจากนี้ เธอยังเน้นย้ำว่าการประยุกต์ใช้ AI ที่น่าตื่นเต้นที่สุด เกิดขึ้นนอกเหนือจากวงการเทคโนโลยี เช่น ในด้านการแพทย์ ที่ AI ช่วยแพทย์ในการถอดเสียง บันทึกย่อ และกรอกข้อมูล ทำให้แพทย์มีเวลามากขึ้นที่จะดูแลผู้ป่วย
“นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า AI ช่วยให้เรามีความเป็นมนุษย์มากขึ้นได้อย่างไร” อลิสันกล่าว

ความเข้าใจผิดที่ 3: AI คือเทคโนโลยีเดี่ยว
ข้อความนี้ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีเดี่ยวๆ แต่เป็น กลุ่มเทคโนโลยีหลากหลาย ที่ถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น เครื่องมือค้นหา แอปอีเมล ไปจนถึงอุปกรณ์ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดแบบต่อเนื่องที่อลิสันใช้เอง
อลิสันมองว่าเมื่อ AI กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับ วิธีการใช้งานที่หลากหลาย ของเทคโนโลยีนี้
อลิสันเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกใช้เครื่องมือ AI อย่างเหมาะสม เธอกล่าวว่า “เราต้องเรียนรู้ว่าเครื่องมือใดที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะดีที่สุดสำหรับสิ่งที่เราต้องการทำ เหมือนอย่างที่เรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำหรับความต้องการที่แตกต่างกัน เช่น แพทย์ ช่างทำผม หรือติวเตอร์ การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยให้เราแน่ใจว่าเรากำลังใช้ AI ที่น่าเชื่อถือและเฉพาะทางที่สุดสำหรับแต่ละงาน”
ความเข้าใจผิดที่ 4: AI มีอคติเเละควรหลีกเลี่ยง
Karmel Allison ยอมรับว่า AI มีโอกาสเกิดอคติได้ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจาก:
-
โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ฝึกจากความคิดเห็นบนอินเตอร์เน็ต
-
โมเดลที่สร้างจากข้อมูลที่มีอคติทางสังคม
-
ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยผู้สร้างที่มีอคติ
อย่างไรก็ตาม อลิสันสนับสนุนให้ผู้คนใช้ AI อย่างชาญฉลาด โดยศึกษาการทำงานของระบบ AI และเข้าใจหลักการของบริษัทที่พัฒนา AI นั้นๆ เธอเน้นย้ำว่าการพัฒนา AI ด้วยชุดข้อมูลที่หลากหลายและเป็นตัวแทน รวมถึงการใช้อัลกอริทึมที่ยุติธรรมและปราศจากอคติ เป็นสิ่งที่สำคัญ
สำหรับลูกค้าของ Microsoft AI สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการออกแบบ AI อย่างรับผิดชอบของบริษัท และความพยายามในการสร้างระบบ AI ที่ยึดมั่นในหลักการของความยุติธรรม ความน่าเชื่อถือ และความโปร่งใส
อลิสันเปรียบเทียบ AI กับข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เธอกล่าวว่า “เรายังต้องเรียนรู้เช่นเดียวกันว่า บนอินเตอร์เน็ตไม่ได้มีแต่เรื่องจริง เราต้องทำเช่นเดียวกันกับ AI เรียนรู้จุดอคติ จุดบกพร่อง และจุดแข็ง แล้วค้นหาวิธีใช้ AI ในชีวิตของเราเองแลทำให้มันเป็นเครื่องมือที่คอยอำนวยความสะดวก”

เเหล่งอ้างอิง


Leave a Reply